ความหมายของการอยู่ไฟ หลักการ วิธีและประโยชน์ของการอยู่ไฟ คุณแม่หลังคลอดบุตร


ความหมายของการอยู่ไฟ
หลักการ วิธีและประโยชน์ของการอยู่ไฟ คุณแม่หลังคลอดบุตร

spa-u26-gif230

“การอยู่ไฟและวิธีการอยู่ไฟ” เป็นวิธีโบราณของไทยแต่เดิมมา  ที่ผู้สูงวัยต่างสอนให้หญิงที่เพิ่งคลอดลูกทุกคนได้ทำการอยู่ไฟ  โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้มดลูกกลับเข้าอู่เร็ว  สุขภาพดี  มีน้ำนมมาก  รวมทั้งได้รับการอยู่ไฟ สมัยก่อนยังกำหนดให้สามีคอยดูแลเอาใจใส่ช่วยเหลือให้ภรรยาได้อยู่ไฟ  ได้มีส่วนร่วมในการคลายความเหนื่อยล้า  เจ็บปวด  และความวิตกกังวลในการเลี้ยงลูก

spa-u34-gif200

ภูมิปัญญาเรื่อง “การอยู่ไฟหลังคลอดบุตร” ของคนไทย มีกรรมวิธีประพฤติปฏิบัติกันอยู่ทุกภูมิภาคของเมืองไทย แต่รายละเอียดในการปฏิบัติอาจจะแปลกแตกต่างกันออกไปบ้างในแต่ละท้องถิ่น แต่ละภาคชาวบ้านบางแห่งเชื่อว่า การอยู่ในที่ร้อน ดื่มน้ำร้อน อาบน้ำร้อน เป็นการพักพื้นเพื่อสะสมกำลังให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ทำงานหนักได้ ไม่ปวดเมื่อย ต่อสู้กับโรคภัยต่าง ๆ ได้ ไม่มีอาการหนาวสะท้านเมื่อถูกลมฝน โดยเชื่อว่าผลกระทบต่าง ๆ อาจเกิดทันที หรือปรากฏอาการให้เห็นเมื่ออายุมากขึ้น

อย่างไรก้ตาม ด้วยพฤติกรรมการทำงานและความเป็นอยู่ที่ทั้งชายและหญิงต้องทำงานนอกบ้าน ทำให้การอยู่ไฟต้องปรับเปลี่ยนไปเพื่อให้กิจวัตรแต่ละอย่างยังคงความสมบูรณ์

spa-u35-gif200

► วิธีการอยู่ไฟที่มีในสมัยเก่าก่อนนั้นมีด้วยกันหลายวิธี  เช่น

  1. การนั่งถ่าน เป็นการรมควันจากการเผาสมุนไพร ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะในการกระตุ้นการบีบตัวของมดลูก ช่วยขับน้ำคาวปลา ทำความสะอาดแผลฝีเย็บและช่องคลอด สมานแผลบรรเทาอาการเจ็บปวดแผล ลดการติดเชื้อหลังคลอด  สมุนไพรที่ใช้ได้แก่ ผิวมะกรูด ว่านน้ำ ว่านนางคำ ไพล ขมิ้นอ้อย ชานหมาก ชะลูด ขมิ้นผง และใบหนาด นำมาหั่นให้ละเอียด แล้วเอาไปตากแดด เวลาใช้ให้หยิบทีละ 1 หยิบมือ โรยบนเตาไฟขนาดเล็ก เพื่อให้เกิดควันลอยขึ้นรมกันของผู้ที่อยู่ไฟ เพื่อสมานแผลบริเวณฝีเย็บ
  2. การเข้ากระโจม คือการนำสมุนไพรสดหรือแห้งหลายชนิด เช่น มาต้มในกระโจม เพื่อให้ได้ไอน้ำจาการต้ม ซึ่งจะต้องอยู่ในที่มิดชิดเพื่อให้ร่างกายได้รับไอน้ำอย่างทั่วถึง ก่อนเข้าให้เอาว่านนางคำ มาฝนหรือตำ คั้นเอาน้ำผสมกับเหล้าและการบูร ทาร่างกายของผู้ที่อยู่ไฟ กระโจมมักทำด้วยซี่ไม้ไผ่ ทำเป็นโครงเหมือนมุ้งประทุน เอาผ้าคลุมให้มิดชิด ต่อท่อจากหม้อต้มยาเข้าในกระโจม ตำรับยาที่ใช้ต้ม ประกอบด้วยเปลือกส้มโอ ใบส้มป่อย ว่านน้ำ ตะไคร้  มะกรุด ผักบุ้งล้อม และเกลือ เป็นต้น เพื่อบำรุงผิว ป้องกันฝ้าและน้ำเหลืองเสีย ใช้เวลาเข้ากระโจมนานประมาณครึ่งชั่วโมง
  3. การประคบสมุนไพร เป็นวิธีการที่ช่วยทำให้แผลฝีเย็บแห้งดี และลดการอักเสบ ลดการคัดของเต้านม ทั้งยังช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังคลอดบุตร 7 วัน สามารถประคบด้วยลูกประคบ ซึ่งมีตัวยาหลักคือ ไพล ตะไคร้  ขมิ้นอ้อย ขมิ้นชัน ผิวมะกรูด เถ้าขมิ้นอ่อน ใบส้มป่อย ใบมะขาม การบูร การประคบตัว ใช้ว่านนางคำ ไพล ขมิ้นอ้อย ใบมะขาม ใบส้มป่อย ตำแล้วเคล้ากับเกลือ นำไปห่อทำเป็นมัด แล้วไปแช่น้ำต้มยาที่ใช้ในการเข้ากระโจมที่เหลืออยู่ ประคบตามตัวและเต้านม และนั่งทับลุกประคบ เพื่อลดอาการเจ็บปวดและคัดเต้านม ทำทุกวันจนกระทั่งออกไฟ
  4. การทับหม้อเกลือหรือการนาบหม้อเกลือ เป็นการดูแลคุณแม่หลังคลอดให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็ว กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้น้ำคาวปลาไหลสะดวก บรรเทาอาการปวดเมื่อย ช่วยลดไขมันสะสมที่หน้าท้อง โดยการนำเกลือสมุทรใส่หม้อดินตั้งไฟให้ร้อน แล้วนำมาผสมสมุนไพร เช่น ไพล ว่านนางคำ ว่านชักมดลุก ใบพลับพลึง เป็นต้น จากนั้นใช้ผ้าห่อ แล้วนำมาประคบตามหน้าท้อง แขน ขา น่อง ความร้อนจากหม้อเกลือจะค่อย ๆ ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง  และสกัดสมุนไพรสดชื่น ซึ่งมีน้ำมันหอมระเหย มีตัวยาออกฤทธิ์โดยตรงต่อสุขภาพ การทับหม้อเกลือหลังคลอดลูกนั้น บางสูตรใส่เกลือลงในหม้อตาลที่มีฝาปิด ตั้งไฟเผาจนร้อนจัดให้เกลือในหม้อตาลมีเสียงปะทุจึงยกหม้อเกลือวางบนใบละหุ่งหรือใบพลับพลึง แล้วเอาผ้าห่มหม้อตาลที่รองด้วยใบพลับพลึง นำไปนาบบริเวณหัวเหน่า ทำวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้ามืดและบ่ายทำอย่างน้อย 3-4  วัน เพื่อให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น
  5. การทอดเตาไฟ  เตรียมเตาสำหรับอยู่ไฟ โดยนำต้นกล้วยที่ผ่าครึ่งวางบนแคร่แล้วเอาดินโรยก่อนจะจุดไฟ เรียกว่า  “ทอดเตาไฟ” แล้วให้หญิงคลอดบุตรนอนด้านข้างเตา
  6. การย่างไฟ คือนอนบนแคร่ และนำเตาไฟ 2-3 เตา วางอยู่ใต้แคร่ซึ่งจะพบได้ในแถบภาคอีสานและชาวญวน  ก่อนจะอยู่ไฟต้องมีการดับพิษไฟโดยหมอจะเคี้ยวข้าวสารกับเกลือเสกคาถา แล้วเป่าพ่นลงที่ท้องของหญิงคลอดบุตร เพื่อป้องกันอันตรายจากความร้อนของการอยู่ไฟ เป็นการเสริมกำลังใจให้คลายอาการกลัวความร้อนลงได้บ้าง  ก่อนขึ้นนอนบนแคร่ ต้องมีการ “เข้าขื่อ” ก่อน คือนอนตะแคงให้หมดตำแยเหยียบสะโพก เพื่อให้กระดูกเชิงกรานที่ครากจากการคลอดให้กลับเข้าที่ วิธีนี้จะช่วยป้องกันปัญหาของโครงสร้างกระดูกสันหลังที่จะผิดปกติตามมาในอนาคต และผู้อยุ่ไฟต้องนุ่งเตี่ยวหรือผ้าถุง มีขมิ้นกับปูนแดงผสมเหล้า เอาสำลีชุบปิดสะดือ และทาท้อง-หลังไว้เสมอ เพื่อดับพิษร้อนและรักษาร่างกาย
  7. การรมตา มีการใช้ยาโรยบนถ่านไฟสำหรับรมตา ป้องกันตาแฉะ ตาอักเสบ และมีน้ำโอ่งหรือไหนึ่งไว้ข้างเตา  สำหรับตักน้ำราดดับไฟเพื่อไม่ให้ความร้อนมากเกินไป และยังใช้น้ำนั้นดื่มได้ด้วย
  8. อาหารของผู้ที่อยู่ไฟ จะกินข้าวกับปลาแห้งหรือกินข้าวกับเกลือ ปลาจะมีโปรตีนที่ย่อยง่าย รับประทานผัก บางวันมีแกงเลียงใส่ผักต่าง ๆ เพื่อเพิ่มน้ำนมแม่และอาหารที่มีบวบ ตำลึง หัวปลี เป็นการกินข้าวซ้อมมือผสมเกลือมีประโยชน์คือ ชดเชยเกลือแร่ที่สูญเสียไปกับเหงื่อ เพราะความร้อนขณะอยู่ไฟ หลีกเลี่ยงอาหารบางประเภทที่เชื่อว่าจะทำให้แสลง เช่น อาหารที่ย่อยยากหรือคาวจัด รสจัด อาหารหมักดอง เป็นต้น
  9. กินยาตำรับแก้โลหิตเป็นพิษ จนกว่าจะออกไฟ และมดลูกเข้าอู่
  10. “การกล่อมมดลูก” ในระหว่าง 3-7 วันหลังคลอด หมอตำแยหรือผู้ให้บริการการอยู่ไฟจะมาฝืนท้องให้ทุกวัน คือเอามือกด-ดันตรงหัวเหน่า เพื่อช้อนให้มดลูกเข้าอู่  แล้วคลึงที่หัวเหน่าให้ปากมดลูกหดเข้าที่ เรียกว่า “การกล่อมมดลูก” ตอนกล่อมมดลูกจะมีน้ำคาวปลาทะลักออกมา  ทำให้ผู้ที่อยู่ไฟรู้สึกสบาย

spa-u37-gif230

“ประโยชน์ของการอยู่ไฟ คุณแม่หลังคลอดบุตร”
ร่างกายของคุณแม่หลังการคลอดบุตร จะมีความย่ำแย่ลง น้ำหนักตัวมาก ผนังหน้าท้องที่ยังหนามาก กระดูกข้อต่อเชิงกรานที่ยังหลวม อาการปวดหลัง ปวดเมื่อยตามร่างกาย เลือดลมมาไม่ปกติ บางคนมีภาวะท้องผูก หน้าท้องแตกลาย ขาบวม ผิวพรรณหมองคล้ำและรอยคราบด่างดำ ยังคงอยู่มากน้อยต่างกันไป หลายคนมีอาการสะบัดร้อนสะบัดหนาว และมีอาการหนาวสะท้านด้วย

ภูมิปัญญาอัศจรรย์ของคนไทยในสมัยโบราณ ใช้วิธีการอยู่ไฟนาน 7-30 วัน เพื่อให้เกิด “ประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณแม่หลังการคลอดบุตร” เป็นการปรับสมดุลของธาตุทั้งสี่ อันได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ช่วยขับน้ำคาวปลา ช่วยทำให้มดลูกแห้ง และเข้าอู่เร็วขึ้นทำให้หน้าท้องยุบเร็ว คืนความสดใส คืนความงดงามและความสะบายตัวจากการอยู่ไฟด้วย

► หลังคลอดบุตร สภาพคุณแม่ส่วนใหญ่ที่ผ่านการอุ้มท้องเป็นเวลานานถึง 9 เดือน และผ่านการคลอดจะเป็นดังนี้

คุณแม่หลังคลอดบุตร ทุกคนจะมีสภาพร่างกายที่อ่อนแอ เพราะสูญเสียพลังงานไปมาก อีกทั้งภาวะจิตใจก็ยังไม่คงที่ เนื่องจากฮอร็โมนในร่างกายไม่ปกติ คุณแม่หลังคลอดบางคนจึงมีอาการซึมเศร้าหรือไม่ก็เกิดอารมณ์ที่แปรปรวน

► ผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดบุตรที่ไม่ได้รับการอยู่ไฟ
ร่างกายไม่ได้ถูกปรับอุณหภูมิให้อยู่ในสภาพที่ปกติ จึงเกิดอาการที่โบราณเรียกว่า “สะบัดร้อน สะบัดหนาว” คือจะเกิดอาการหนาวสั่นได้ง่าย หรือบางครั้งแม้อยู่ในอากาศเย็นกลับรู้สึกร้อนเหงื่อท่วมร่างกาย ที่สำคัญคืออาการเหล่านั้นมักจะคงอยู่ไปตลอด ซึ่งหากคุณแม่หลังคลอดเลือกที่จะอยู่ไฟ ก็เท่ากับเป็นการปรับสมดุลร่างกายและจิตใจให้อยู่ในสภาพที่ปกติ  และยังเป็นการดูแลสุขภาพของตัวเองในระยะยาวอีก

คุณแม่ยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ มักจะมองหาวิธีการอยู่ไฟภูมิปัญญาไทยสมัยโบราณมาพัฒนาให้ทันสมัย สะดวกสะบายและไม่ยุ่งยาก ที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อแก้ไขปัญหาหลังคลอดดังกล่าวมา และคุณแม่เหล่านี้จะคาดหวังว่าอยู่ไฟไปแล้วช่วยในเรื่องได้รับความงดงามและความสบายตัวจากการอยู่ไฟด้วย

spa-u39-gif230

♦เรียบเรียงบทความ
“ความหมายของการอยู่ไฟ หลัการ วิธี ประโยชน์ของการอยู่ไฟ คุณแม่หลังคลอดบุตร”
โดยกองบรรณาธิการ

http://www.yesspathailand.com/

Advertisements

2 responses to “ความหมายของการอยู่ไฟ หลักการ วิธีและประโยชน์ของการอยู่ไฟ คุณแม่หลังคลอดบุตร

  1. Pingback: ความหมายของการอยู่ไฟ หลักการ วิธีและประโยชน์ของการอยู่ไฟ คุณแม่หลังคลอดบุตร | บ้านจันเจ้า

  2. Pingback: ความหมายของการอยู่ไฟ หลักการ วิธีและประโยชน์ของการอยู่ไฟ คุณแม่หลังคลอดบุตร | บ้านจันเจ้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s